มาตรฐาน NFPA 1970 คืออะไร? เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก NFPA 1971-2018 Edition

Last updated: 7 ก.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มาตรฐาน NFPA 1970 คืออะไร? เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก NFPA 1971-2018 Edition
เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ National Fire Protection Association ได้พัฒนามาตรฐานสำหรับชุดดับเพลิง (Turnout Gear) อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยของนักดับเพลิงทั่วโลก

ในปี 2024 NFPA ได้ประกาศใช้ NFPA 1970: Standard on Protective Ensembles for Structural and Proximity Firefighting, Work Apparel, Open-Circuit SCBA, and PASS ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 กันยายน 2024 โดยถือเป็นมาตรฐานล่าสุดที่เข้ามาแทน NFPA 1971-2018 Edition สำหรับชุดดับเพลิง พร้อมทั้งรวมมาตรฐานอื่นอีกหลายฉบับเข้าไว้ในเอกสารเดียว

ทำไม NFPA จึงออกมาตรฐาน NFPA 1970
เดิมทีอุปกรณ์ของนักดับเพลิงถูกแยกออกเป็นหลายมาตรฐาน เช่น

NFPA 1971 – ชุดดับเพลิง (Turnout Gear)
NFPA 1975 – ชุดปฏิบัติงาน (Station Work Uniform)
NFPA 1981 – เครื่องช่วยหายใจ SCBA
NFPA 1982 – PASS Device
เมื่อเวลาผ่านไป หน่วยงานดับเพลิงต้องอ้างอิงมาตรฐานหลายเล่มพร้อมกัน ทำให้เกิดความซับซ้อนในการเลือกซื้อ การรับรอง และการตรวจสอบอุปกรณ์

NFPA 1970 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวมมาตรฐานทั้งหมดไว้ในฉบับเดียว ทำให้ผู้ผลิต ผู้ตรวจรับ และหน่วยงานผู้ใช้งานสามารถอ้างอิงข้อกำหนดได้สะดวกยิ่งขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก NFPA 1971-2018 Edition

  1. รวมมาตรฐานหลายฉบับไว้ในเล่มเดียว
    นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด

    จากเดิม

    NFPA 1971
    NFPA 1975
    NFPA 1981
    NFPA 1982
    ปัจจุบันถูกควบรวมเป็น

    NFPA 1970

    ข้อดีคือ

    ลดเอกสารที่ต้องอ้างอิง
    ลดความซ้ำซ้อน
    ง่ายต่อการตรวจสอบการรับรองสินค้า
    ผู้ผลิตสามารถออกแบบ PPE ทั้งระบบให้สอดคล้องกันมากขึ้น

  2.  ให้ความสำคัญกับสาร PFAS มากขึ้น
    หนึ่งในประเด็นสำคัญของ NFPA 1970 คือการลดความเสี่ยงจาก PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในวัสดุกันน้ำและกันน้ำมันบางประเภท และกำลังได้รับความสนใจด้านผลกระทบต่อสุขภาพ

    มาตรฐานใหม่กำหนดข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลและควบคุมการใช้ PFAS ในบางองค์ประกอบของชุดดับเพลิง เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตพัฒนาวัสดุที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

  3. ปรับปรุงการทดสอบสมรรถนะของวัสดุ
    แม้แนวคิดหลักของชุดดับเพลิงแบบ 3 ชั้น (Outer Shell, Moisture Barrier และ Thermal Liner) ยังคงเดิม แต่ NFPA 1970 ได้ปรับรายละเอียดของวิธีทดสอบหลายรายการ เช่น

    การทดสอบความทนต่อความร้อน
    การทดสอบการเสื่อมสภาพ
    การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ
    การทดสอบอุปกรณ์ประกอบ เช่น หมวก ถุงมือ รองเท้าดับเพลิง และ Fire Hood
    เพื่อให้สะท้อนการใช้งานจริงและเทคโนโลยีวัสดุรุ่นใหม่มากขึ้น

  4. ปรับปรุงข้อกำหนดด้านฉลาก (Label)
    NFPA 1970 กำหนดรูปแบบการแสดงข้อมูลบนฉลากให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น

    รุ่นสินค้า
    ปีที่ผลิต
    มาตรฐานที่ผ่านการรับรอง
    วิธีการดูแลรักษา
    ข้อมูลการตรวจสอบย้อนหลัง
    เพื่อช่วยให้การบริหารอายุการใช้งานของชุดทำได้ง่ายขึ้น

  5. เน้นเรื่องความพอดีของชุด (Proper Fit)
    มาตรฐานใหม่ให้ความสำคัญกับการออกแบบชุดที่เหมาะกับสรีระของผู้สวมใส่มากขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีแพตเทิร์นและขนาดสำหรับนักดับเพลิงหญิงอย่างครบถ้วน เพื่อให้การป้องกันและการเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพสูงสุด

  6. ปรับข้อกำหนดของอุปกรณ์ทุกชิ้นให้สอดคล้องกัน
    จากเดิมที่แต่ละอุปกรณ์มีมาตรฐานแยกกัน

    ปัจจุบัน

    เสื้อดับเพลิง
    กางเกงดับเพลิง
    หมวก
    Fire Hood
    ถุงมือ
    รองเท้าดับเพลิง
    SCBA
    PASS Device
    ทั้งหมดถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานเดียว ทำให้การทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ทั้งระบบมีความสอดคล้องมากขึ้น


สิ่งที่ "ไม่เปลี่ยน"
แม้ชื่อมาตรฐานจะเปลี่ยนจาก NFPA 1971 เป็น NFPA 1970 แต่ข้อกำหนดพื้นฐานหลายด้านยังคงเดิม ได้แก่

โครงสร้างชุดแบบ 3 ชั้น
การป้องกันไฟลุกไหม้ (Flame Resistance)
การทดสอบ TPP (Thermal Protective Performance)
การทดสอบ THL (Total Heat Loss)
ความแข็งแรงของตะเข็บ
การทดสอบการฉีกขาด
การทดสอบความทนทานต่อการเสียดสี
ดังนั้น ชุดดับเพลิงที่ผ่านมาตรฐาน NFPA 1971-2018 ยังคงเป็นชุดที่มีคุณภาพและสามารถใช้งานได้ตามอายุการใช้งานและข้อกำหนดของหน่วยงาน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนทันทีเมื่อมี NFPA 1970 เพียงแต่ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ขอการรับรองหลังการบังคับใช้จะต้องผ่านข้อกำหนดของมาตรฐานใหม่

บทสรุป
NFPA 1970 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อจาก NFPA 1971 แต่เป็นการปรับโครงสร้างมาตรฐานครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายสำหรับนักดับเพลิง โดยรวมมาตรฐานที่เกี่ยวข้องไว้ในฉบับเดียว พร้อมปรับปรุงข้อกำหนดด้านการทดสอบ การออกแบบ การติดฉลาก และการจัดการความเสี่ยงจากสารเคมี เช่น PFAS ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน

สำหรับหน่วยงานที่กำลังจัดซื้อชุดดับเพลิงหรือผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำความเข้าใจข้อกำหนดของ NFPA 1970 จะช่วยให้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานล่าสุด มีความปลอดภัยสูง และพร้อมรองรับข้อกำหนดของหน่วยงานดับเพลิงในอนาคต.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้